วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ນິຣາດວຽງຈັນ ຕອນ 5

พฤกษาชาติดาษดื่นเป็นพื้นร่มดูระดมสุกงามเมื่อยามผล
ด้วยเรือนร้างว่างขาดนิราศคนระบุหล่นดื่นดาษลงกลาดดิน
พวกเดินทางพลางเก็บผลาหารอันเปรี้ยวหวานโดยนิยมสมถวิล
บ้างหาบห่อพอควรจะยวนยินบ้างหยุดกินชื่นบานสำราญใจ
พระสุริยงเที่ยงถึงกึ่งทวีปก็เร่งรีบไปยังท่าชลาไหล
ตำแหน่งบ้านพรานพร้าวพวกลาวในเป็นย่านใหญ่เยิ่นยาวสักคราววัน
พอตรงเวียงเห็นวังที่ฝั่งข้ามวิเศษงามเพราเพริดดูเฉิดฉัน
ทองระยับจับแสงพระสุริยันที่หน้าบันช่อฟ้าบราลี
เสด็จจากพระที่นั่งไอยเรศถึงนิเวศเวียงท่าชลาศรี
ให้จัดพวกโยธาลงนาวีจะเร่งข้ามวารีให้รีบจร
เสด็จลงทรงเรืออุปราชงามประหลาดแลเลื่อมประภัสสร
ที่ทำลายรจนากันยางอนทั้งหน้าท้ายเข้าร้อนไปกลางชล
ถึงฝั่งฟากวังเวียงเคียงประทับทรงสดับทูลแสดงแจ้งนุสนธิ์
ว่าเจ้าเวียงยกหนีไม่มีคนจรดลสุดแดนพนาดร
ประชาราษฎร์ครอบครัวก็กลัวหนีเที่ยวแตกเข้าไพรศรีและสิงขร
ล้วนเรือนร้างว่างเว้นเย็นนครเที่ยวซนซ่อนพรายพลัดกระจัดจาย
เสด็จพักที่ตำหนักชลมาศอันโอภาสดูงามอร่ามฉาย
บรรจถรณ์แท่นพนักจำหลักลายฉากระบายบังนางอยู่ข้างใน
เป็นที่เคยของนุสำราญร้อนชวนสมรมิ่งมิตรพิสมัย
ลอยกระทงลงเล่นชลาลัยสนามในน้ำของไม่ขาดปี
เมื่อจะสุขเห็นจะแสนสำราญนักก็ประจักษ์นัยนาแต่ท่าที่
ทั้งโรมริมคบคาศาลารีถนนสี่กั๊กเกี่ยวตลอดกัน
เมืองประมาณด้านยาวสักร้อยเศษถึงคันคูสุดเขตในเขื่อนขัณฑ์
มีค่ายล้อมป้อมเคียงอยู่เรียงรันเป็นสองชั้นเชิงเทินที่เดินพล
ถ้าตั้งรับกับเมืองก็เต็มมุ่งจะติดตามข้ามคุ้งก็ขัดสน
กระสุนใหญ่สุดยั้งเป็นกังวลจรดลยากแค้นแสนกันดาร
แต่ทัพหมื่นเต็มหมายทำลายลุจะมุ่งมุสามารถเข้าอาจหาญ
หลลาวเหลือล้นพ้นประมาณถ้าต่อต้านเต็มคิดจะติดตี
นี่หากฤทธิ์จอมณรงค์อันทรงเดชไปปราบเข็ญเย็นเกศทั้งกรุงศรี
ให้ศึกเกรงศักดาไม่ราวีปลาตหนีเวียงวังไปทั้งนวล
พี่นั่งนึกตรึกตรมอารมณ์ร้อนยิ่งอาวรณ์มิได้วายกระหายหวน
เห็นนิเวศเวียงจันท์ยิ่งรัญจวนคะนึงนวลนุชหน่ายเสน่ห์นาน
ดูวงวังดุจดังถิ่นสถิตไม่เพี้ยนผิดนัคเรศเขตสถาน
ยิ่งเปล่าเปลี่ยวเหลียวแลอยู่แดดานอุระปานเปี่ยมปิ่มทำลายวาย
พอเสร็จเรื่องบริรักษ์ตำหนักชลจรดลจากท่าชลาสาย
สะพรั่งพร้อมหมูพหลพลนิกายจำนงหมายนัคเรศทวารา
ล่วงทวารด่านโดยทักษิณทิศพี่เปลี่ยวจิตเปล่าใจอาลัยหา
งามสถานปานศรีอยุธยาช่างเทียบทำทีท่าไม่ผิดทรง
ลุถนนดลโรงอัศวเรศมีหอลอยคอยเหตุสูงระหง
เป็นสามชั้นกลองชัยอยู่ในกรงล้วนบรรจงเงื้อมงามอร่ามตา
มีตึกดินทิมดาบขนาบข้างศาลาใหญ่ให้ขุนนางนั่งปรึกษา
ทั้งโรงรถโรงคชไอยราเป็นสง่าตามแถวอยู่แนวทาง
มีโรงศักดิ์โรงแสงตำแหน่งที่ทั้งโรงสารบัญชีอันกว้างขวาง
อีกโรงพิจารณาศาลากลางทั้งสองข้ามแถวทิมอยู่ริมวัง
มีโรงปืนหน้าป้อมล้อมนิเวศจนรอบเขตซ้ายขวาและหน้าหลัง
ที่วงในล้วนแล้วแต่แถวคลังเป็นตึกตั้งรายเรียงอยู่เคียงกัน
มีโรงโขนใหญ่เยี่ยมเอี่ยมสะอาดงามประหลาดน่าชมดูคมสัน
มีรอกร้อยห้อยเหาะเห็นเหมาะครันเป็นจักรผันเลี้ยวไล่กันไปมา
มีอาวาสลาดล้วนศิลาเลี่ยนช่อวิเชียรวาววามพระเวหา
หางหงส์ยอดลำยองล้วนทองทารจนาด้วยสุวรรณอันบรรจง
มีมณฑปอันประดับวิเชียรรัตน์กระจ่างจัดฉ้อช้อยลอยระหง
งามสมทรงสมตรวจทั้งทรวดทรงเป็นวัดวงในเขตนิเวศวัง
ทรงสำนักพักหน้าอุโบสถเป็นราบหลั่นชั้นลดนอกผนัง
ก็ตรัสสั่งให้พระยารักษาคลังแล้วเสร็จยั้งหยุดพักพวกโยธี
พี่ลัดเลี้ยวเที่ยวชมแถวสถานแสนสำราญรื่นเริงบันเทองศรี
สารพันเสร็จสรรพสำหรับมีตำแหน่งที่จักพรรดิกษัตรา
ไฉนหนอยังควรมาคิดร้ายไม่ว่างวายที่อำนาจปรารถนา
ให้เสื่อมสูญเวียงจันท์สวรรยาอนิจจาจนวิบัติกำจัดจร
เพราะหมายมุ่งอยุธยามหาสถานประกอบการมุ่นมุเห็นลุถอน
ไม่สมหมายตายยับเป็นสับบอนทิ้งนครไปท่าสีดาดง
แล้วเดินเลยล่วงทวารในนิเวศตามสังเกตจงจิตคิดประสงค์
ถึงเกยรถเกยคชสารทรงอันหยัดยงคู่เคียงอยู่เรียงราย
ท้องพระโรงที่แท่นสุวรรณรัตน์เศวตฉัตรห้าชั้นอันเฉิดฉาย
กำพูพื้นแดงฉันสุวรรณพรายงามระบายขามขำดูอำไพ
ตำแหน่งนอกมีที่นั่งสำราญร้อนที่นั่งสนามศศิธรอันสุกใส
พี่เที่ยวชมชื่นบานสำราญใจแล้วตรงไปเข้าสู่ที่ไสยา
เป็นหลายชั้นหลั่นลดจนเลยหลงล้วนบรรจงวาดเขียนอันเรขา
กระจกซุ้มกลุ้มกลาดสะอาดตาโคมระย้าแสงระยับสลับกัน
ในตึกกลางแห่งนางอนงค์นาฏมีที่ลาดไสยาทำฝาคั่น
เป็นคู่คู่เคียงเคียงอยู่เรียงรันกระแจะจันทน์หอมหวนรำจวนใจ
เหมือนคนหิวอาหารได้พานรสพอจิบจดซาบซ่านสะท้านไหว
ด้วยนาสาปรากฏกำหนดในให้สงสัยค้นห้องไม่หายแคลง
จนสุดสิ้นเรือนหลวงทั้งหกหลังพะวงหวังมิได้วายหายแสวง
ไม่พานพบสบสมรยิ่งร้อนแรงกลิ่นแสลงเข้าสลับจับกมล
แล้วเลยลงทางสวนมาลีเลี้ยวประพาสเที่ยวในตำแหน่งทุกแห่งหน
เห็นเรือนางกัลยาดูน่ายลเป็นท่องแถวแนวถนนกระหนาบกลาง
ล้วนรุกขาน่าชมดูร่มรื่นที่ภูมิพื้นรายเรียงเคียงกระถาง
มีสระโศกเคียงสนอยู่ต้นทางทำแท่นวางไว้ประทับสำหรับทรง
ประชุมชวนนวลนุชสุดสวาทเลือกประพาสตามจิตคิดประสงค์
ที่เอวบางร่างรัดสันทัดทรงล้วนอนงค์นางฟ้อนชะอ้อนนวล
ทั้งสามร้อยกลอยแก่ไม่อิ่มหนำยังโลภทำทุจริตให้ผิดผวน
จนเสียเมืองเคืองแค้นไปแดนญวนไม่ข้อควรเลยมาคิดให้จิตตรม
แต่สินทรัพย์นั้นจะนับสักหมื่นแสนออกเนืองแน่นนัคราไม่สาสม
มีเมืองขึ้นรอบประเทศเขตนิคมมาประณมน้อมกายถวายกร
เป็นจอมจักรนัคเรษประเทศราชอันหมายมาดเมืองศุภอักษร
ทุกแดนลาวเลื่องชื่อลือขจรสถาวรเรืองยศปรากฏนาม
พี่แจ้งเรื่องแรมรักอัคเรศกำหนดเหตุเค้าเงื่อนเมื่อเดือนสาม
เป็นปีจอต่อกุนขุ่นสงครามบังเกิดความเคืองแค้นทั้งแดนไตร
ต้องกรีธาทัพจรไปรอนรบกระจายจบเมื่อตอนสะท้อนไหว
ไปลุยล้างเวียงจันท์เสียบรรลัยระยำไปย่อยยับอัปรา
ผู้เกิดหลังวังเวียงนั้นเลื่อนลับได้สดับแล้วก็ยังจะกังขา
ดำเนินนามเวียงจันท์จำนรรจาไม่แจ้งว่าเมืองบ้านสักปานใด
จึงกำหนดไว้ที่นุชสุดสวาทเป็นนิราศแรมมิตรพิสมัย
พอจดจำมรคาพนาลัยเป็นตราใจทุกสำนักลำเนาทาง
แต่บทกลอนสอนทำไม่ชำนิอย่าแต้มติไยไพให้ใจหมาง
จงต่อเติมเพิ่มกลอนอักษรวางให้เรืองรางพริ้งเพราะเสนาะเอย ฯ
            
๏ เจ้า นิพนธ์พจน์เพื่อเรียงแถลง
ทับ นรินทร์นเรศร์แรงเลื่องหล้า
วัง บวรทรงแสดงสิทธเสร็จ ท่านเฮย
หลัง หยุหข่มข้าเหล่าร้ายตายแสยง ฯ
๏ ทำ วิถีสถลมารคแหม้นอารัญ
ไว้ เมื่อค่ำคืนวันหยุดยั้ง
ให้ อนงค์นิ่มนวลจันทร์รู้เรื่อง รักแฮ
แจ้ง ที่จริงไป่พลั้งแน่งน้อยอย่าฉงน ฯ
๏ ศรีสัตนาคนหุตเจ้าจอมสกล
ส้มป่อยพ่ายเสียพลยิ่งร้อย
สองเสด็จดัสกรกลเทวษ ท่านฤา
ตูบ่อาจต่อต้อยเร่งร้างเวียงถวาย ฯ
            

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น